ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคโลหิตจาง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคโลหิตจาง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคโลหิตจาง โดยมีสาเหตุหลักๆ คือ การขาดธาตุเหล็กที่พบมาเกิดจาก พฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยการรับประทานในหนึ่งมื้อนั้น อาจได้รับปริมาณธาตุเหล็กที่น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย หรือเกิดจากการได้รับสารอาหารที่เป็นตัวขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก เช่น กรดไฟติค ออกซาลิค และแทนนิน เป็นต้น ซึ่งมักพบในผักพื้นบ้าน เช่น ตำลึง กระเจี๊ยบ ใบชะพลู ชา เป็นต้น
1. การบริโภคอาหาร
การเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กต่ำ หรืออาหารที่รับประทานมีสารที่ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กในลำไส้ ทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอตามความต้องการของร่างกายที่เพิ่มขึ้น
2. ช่วงชีวิตเพศหญิง
การเสียเลือดจากการเป็นประจำเดือน การเสียเลือดจากการคลอดลูก ความต้องการธาตุเหล็กขณะตั้งครรภ์ และการเจริญเติบโตของเด็ก ส่งผลต่อปริมาณธาตุเหล็กที่ลดลง และทำให้เกิดการธาตุตามเหล็กตามมาทั้งตัวมารดา และบุตรเอง
3. รอยโรคต่างๆ
การเกิดโรคต่างๆที่มีสาเหตุทำให้ขาดธาตุเหล็กหรือปริมาณเม็ดเลือดแดงลดน้อยลง แบ่งได้ ดังนี้
– โรคที่ทำให้สูญเสียเลือดเรื้อรัง ได้แก่ การเจ็บป่วยจากโรคพยาธิปากขอ พยาธิใบไม้เลือด และพยาธิแส้ม้า มีส่วนทำให้เสียเลือดเรื้อรัง รวมถึงการสูญเสียเลือดเรื้อรังจากโรคริดสีดวงทวารหนัก เลือดออกจากแผลในระบบทางเดินอาหาร และโรคมะเร็ง
– โรคที่ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก ได้แก่ ภาวะท้องร่วงอย่างรุนแรงยังเป็นส่วนหนึ่งที่ยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กในลำไส้
– โรคจากพันธุกรรม ได้แก่ โรคซิกเคลเซลล์ (Sickle cell Disease) และโรคธาลัสซิเมีย (Thalassemia) เป็นต้น
4. ภาวะเศรษฐกิจ และสังคม
ความยากจน และภาวะขาดแคลนอาหารทำให้ผู้คนมีสิทธิเข้าถึงหรือเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงได้น้อยลง

การขาดธาตุเหล็กในวัยต่างๆ
1. เด็กทารก
เด็กวัยก่อนเรียน และเด็กวัยประถม โดยสาเหตุมักเกิดจากการเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ได้รับธาตุเหล็กจากนมแม่อย่างเดียวไม่เพียงพอ ดังนั้น เด็กในวัยนี้ที่ขาดธาตุเหล็กควรต้องได้รับธาตุเหล็กจากอาหารเสริมร่วมด้วย เช่น ไข่แดง ตับ เป็นต้น นอกจากนี้ อาจพบภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหารของเด็กจากการแพ้นมผงจนเกิดภาวะโลหิตจางได้
2. เด็กวัยรุ่น
มักเกิดในเพศหญิงที่มีการสูญเสียเลือดทางประจำเดือนเป็นประจำ ประกอบกับได้รับธาตุเหล็กจากอาหารน้อย ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ง่าย และในวัยนี้มักพบเพศหญิงมีความต้องการธาตุเหล็กสูงกว่าเพศชาย
3. ผู้ใหญ่วัยทำงาน
การเกิดภาวะโลหิตจางในวัยนี้มักเกิดจากการสูญเสียเลือดจากรอยโรคต่างๆ อาทิ โรคพยาธิ โรคแผลในกระเพาะอาหาร และโรคท้องร่วง รวมถึงอุบัติเหตุที่ทำให้เสียเลือดมากจากการทำงาน
4. หญิงตั้งครรภ์
ในระยะตั้งครรภ์มักเกิดการขาดธาตุเหล็กแบบสะสม จากการสูญเสียเลือดทางประจำเดือนในก่อนนั้น ประกอบกับความต้องการธาตุเหล็กสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดงของทารก ทำให้หญิงตั้งครรภ์มีความต้องการธาตุเหล็กมากกว่าในช่วงอื่นๆ

กลุ่มเสี่ยงเกิดโรคโลหิตจาง
1. กลุ่มผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาในเรื่องการรับประทานอาหาร และผลจากโรคต่างๆ เป็นหลัก เช่น เบื่ออาหาร เคี้ยวอาหารไม่ได้ รวมถึงโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มักทำให้เสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็กได้ง่ายขึ้น
2. กลุ่มวัยทำงาน และหญิงตั้งครรภ์
ในวัยทำงานมักมีการสูญเสียเลือดเรื้อรังจากโรคต่างๆ อาทิ โรคพยาธิ โรคแผลในระบบทางเดินอาหาร และการเสียเลือดจากอุบัติเหตุการทำงาน ส่วนหญิงตั้งครรภ์มักเกิดจาการสูญเสียเลือดสะสมในช่วงการเป็นประจำเดือน ประกอบกับความต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากความต้องการธาตุเหล็กของทารกในครรภ์
3. กลุ่มผู้ที่บริโภคอาหารประเภทมังสวิรัติ
เป็นกลุ่มเสี่ยงที่เกิดจากการเน้นรับประทานอาหารจำพวกพืชผักมากกว่าเนื้อสัตว์ ทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ประกอบกับอาหารเหล่านั้นมีสารยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กในปริมาณสูง จึงเกิดโอกาสเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางได้ง่าย
4. กลุ่มเด็ก
– กลุ่มเด็กทารก
เป็นวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี มักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงที่เป็นผลมาจากขณะตั้งครรภ์ที่มารดาได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ทำให้เด็กทารกที่คลอดออกมามีปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ำ ทำให้เด็กวัยนี้มีการพัฒนาทางร่างกาย และสมองต่ำกว่าปกติ ประสิทธิภาพการเรียนรู้ลดลง ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างถาวร แต่ทั้งนี้ สามารถแก้ไขด้วยการเสริมธาตุเหล็กในนมหรืออาหารอย่างต่อเนื่องหลังคลอด
– กลุ่มเด็กวัยเรียน
อายุตั้งแต่ 2 – 5 ปี มักเป็นความเสี่ยงสะสมที่เกิดต่อเนื่องจากวัยในช่วงอายุต่ำกว่า 2 ปี ประกอบกับเด็กในวัยนี้บางรายมีอาการกำเริบจากการป่วยด้วยโรคที่มีผลต่อการลดลงของเม็ดเลือดแดง เช่น โรคธาลัสซีเมีย
5. กลุ่มวัยรุ่น
เป็นวัยที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางได้มากกว่ากลุ่มอื่น โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงที่มีประจำเดือน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายที่จะต้องมีธาตุเหล็กเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง